[รีวิว] Final Fantasy VII Remake: จากเกมคลาสสิก สู่ผลงานอมตะที่จะ “ค้างฟ้าไปตลอดกาล”

[รีวิว] Final Fantasy VII Remake: จากเกมคลาสสิก สู่ผลงานอมตะที่จะ "ค้างฟ้าไปตลอดกาล" thumbnail
Final Fantasy VII Remake 1,890 บาท จุดเด่นเนื้อเรื่องที่ร้อยเรียงใหม่ น่าติดตามมากขึ้น มีเลือดเนื้อมากขึ้นตัวเกมมีการนำเสนอที่แฟนภาคต้นฉบับจะต้องหลงรักงานภาพโดยเฉพาะ "ฉากและแสงเงา" โคตรสวยงามข้ามยุคสมัยเกมเจนนี้ระบบต่อสู้ และ A.I ศัตรูท้าทาย จุดสังเกตเนื้อเรื่องเป็นเส้นตรง แวะได้นิดหน่อยเท่านั้นแต่ A.I เพื่อนนี่สิน่ารักเหลือเกิน...มุมกล้องตอนต่อสู้บางทีก็ทำร้ายผู้เล่น เคยได้ยินคำแซวในหมู่คนเล่นเกมด้วยกันไหมครับว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ Square Enix เริ่มเสียศูนย์ (พูดง่าย ๆ คือจะเจ๊ง) “พวกเขายังมีไม้ตายก้นหีบอยู่นั่นคือ Final Fantasy VII” ผลงานสุดคลาสิกที่ในตอนนี้ได้ถูกนำมาปัดฝุ่นนำผลงานเกมคลาสิกในดวงใจของใครหลายคนนี้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบรีเมก ก็ได้เขย่าให้วงการเกมและหัวใจของเกมเมอร์รุ่นหนวดหลายคนจิตใจอยู่กับร่องกับรอย และในวันนี้ตัวเกมได้วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อย มาดูกันดีกว่าครับว่าภาพรวมของเกมจะเป็นเช่นไร?เนื้อเรื่องร้อยเรียงใหม่ไฉไลกว่าเดิม (Story)เรื่องย่อ คลาวด์ สไตร์ฟ (Cloud Strife) ทหารรับจ้างฝีมือดีผู้สูญเสียความทรงจำ ได้ถูกว่าจ้างโดยบาร์เร็ต วอลเลซ” (Barret Wallace) ผู้นำกลุ่มคนใหม่ขององค์กรใต้ดินนาม Avalanche ให้ไปร่วมปฎิบัติภารกิจระเบิดเตาปฎิกรณ์ของบริษัท ชินระ (Shinra) องค์กรนายทุนที่มีอำนาจทางการเมืองปกครองเมือง Midgar (มิดการ์) ด้วยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงที่ใช้ขุมพลังจากแหล่งที่มาปริศนาซึ่งเป็นภัยต่อทุกสิ่งมีชีวิต โดย Avalanche ทำลายเตาปฎิกรณ์ได้สำเร็จ…

Final Fantasy VII Remake

1,890 บาท

จุดเด่น

  • เนื้อเรื่องที่ร้อยเรียงใหม่ น่าติดตามมากขึ้น มีเลือดเนื้อมากขึ้น
  • ตัวเกมมีการนำเสนอที่แฟนภาคต้นฉบับจะต้องหลงรัก
  • งานภาพโดยเฉพาะ “ฉากและแสงเงา” โคตรสวยงามข้ามยุคสมัยเกมเจนนี้
  • ระบบต่อสู้ และ A.I ศัตรูท้าทาย

จุดสังเกต

  • เนื้อเรื่องเป็นเส้นตรง แวะได้นิดหน่อยเท่านั้น
  • แต่ A.I เพื่อนนี่สิน่ารักเหลือเกิน…
  • มุมกล้องตอนต่อสู้บางทีก็ทำร้ายผู้เล่น

เคยได้ยินคำแซวในหมู่คนเล่นเกมด้วยกันไหมครับว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ Square Enix เริ่มเสียศูนย์ (พูดง่าย ๆ คือจะเจ๊ง) “พวกเขายังมีไม้ตายก้นหีบอยู่นั่นคือ Final Fantasy VII” ผลงานสุดคลาสิกที่ในตอนนี้ได้ถูกนำมาปัดฝุ่นนำผลงานเกมคลาสิกในดวงใจของใครหลายคนนี้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบรีเมก ก็ได้เขย่าให้วงการเกมและหัวใจของเกมเมอร์รุ่นหนวดหลายคนจิตใจอยู่กับร่องกับรอย และในวันนี้ตัวเกมได้วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อย มาดูกันดีกว่าครับว่าภาพรวมของเกมจะเป็นเช่นไร?


เนื้อเรื่องร้อยเรียงใหม่ไฉไลกว่าเดิม (Story)

final fantasy vii remake ff7

เรื่องย่อ คลาวด์ สไตร์ฟ (Cloud Strife) ทหารรับจ้างฝีมือดีผู้สูญเสียความทรงจำ ได้ถูกว่าจ้างโดยบาร์เร็ต วอลเลซ” (Barret Wallace) ผู้นำกลุ่มคนใหม่ขององค์กรใต้ดินนาม Avalanche ให้ไปร่วมปฎิบัติภารกิจระเบิดเตาปฎิกรณ์ของบริษัท ชินระ (Shinra) องค์กรนายทุนที่มีอำนาจทางการเมืองปกครองเมือง Midgar (มิดการ์) ด้วยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงที่ใช้ขุมพลังจากแหล่งที่มาปริศนาซึ่งเป็นภัยต่อทุกสิ่งมีชีวิต โดย Avalanche ทำลายเตาปฎิกรณ์ได้สำเร็จ แต่นั่นได้ทำให้เกิดเหตุการณ์ปริศนามากมายขึ้น ซึ่งคลาวด์ก็ได้รับผลกระทบ เขาได้เห็นทั้งความทรงจำที่ขาดหายไปกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งเป็นระยะ ๆ ทำให้เขาค่อย ๆ ปะติดปะต่อตัวตนของตัวเอง “และตัดสินใจที่จะหยุดยั้งองค์กรชินระด้วยมือของเขาพร้อมสหายที่พบเจอตลอดภารกิจปฏิญาณตนนี้ก่อนที่จะสายเกินไป”

final fantasy vii remake ff7

ถ้าอ่านแค่เรื่องย่อ ก็น่าจะรู้สึกกันได้ว่าต้นสายปลายเหตุของเนื้อเรื่องนั้นแทบจะเหมือนเดิมทุกประการเลยใช่ไหมครับ? แต่เอาเข้าจริง ๆ ในส่วนนี้ สิ่งที่ทำให้ฉบับรีเมกกลายเป็นผลงานทรงคุณค่าคุณภาพเยี่ยมเลย คือ “การเรียบเรียงเหตุการณ์และเพิ่มเนื้อเรื่องใหม่ ๆ เข้ามา” ที่ออกแบบให้มันมีความสดใหม่ใกล้เคียงกับการดำเนินเนื้อเรื่องของเกมร่วมสมัย และเต็มไปด้วยความพิถีพิถันในการสร้างขึ้นมามาก ๆ ไม่ว่าจะเนื้อหาใหม่ ๆ เข้ามาคั่นกลางระหว่างเนื้อเรื่องเดิมหรือจะเนื้อหาเดิมที่ถูกปรับปรุงใหม่ และในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างมิติ สร้างช่วงเวลาน่าจดจำมากมายให้กับตัวละครหลาย ๆ ไม่ว่าจะตัวหลักหรือตัวประกอบ ที่เราจะได้สุขไปกับพวกเขา ดีใจไปกับพวกเขา ยิ้มไปกับพวกเขา และเศร้าเสียใจไปกับพวกเขา ที่เมื่อผนวกเข้ากับการกำกับคัตซีน (มุมกล้อง, การแสดงกิริยาท่าทางของตัวละคร ฯลฯ) ที่เข้าใจว่าผู้เล่นควรจะต้องได้เห็นอะไร ควรจะต้องได้รับอารมณ์แบบไหนผ่านการเคลื่อนไหวของกล้อง ทั้งหมดทั้งมวลจะทำให้ภาพความทรงจำของผู้เล่นที่มีต่อตัวละครหน้าเดิม ๆ ที่เรารู้ชะตากรรมอยู่แล้วจากภาคต้นฉบับ (รู้กันใช่ไหมว่าใครบ้าง ฮืออออ) เป็นความทรงจำที่ควรค่าจำจดไว้ยิ่งกว่าเดิมครับ

final fantasy vii remake ff7

และหลายคนน่าจะได้รู้จากข่าวคราวของเกมกันบ้างว่าตัวเกมจะถูกแบ่งเป็นพาร์ต และพาร์ตแรกจะจบลงที่การเดินทางออกจากมิดการ์ ซึ่งเอาตรง ๆ นะ ตอนแรกผู้เขียนก็แช่งเวอร์ชันนี้ไปแล้วเมื่อได้รับรู้ข่าว แต่พอได้มาเล่นจริง ขอบอกเลยนะครับว่าทาง Square Enix คิดถูกแล้วที่ทำการแบ่งเป็นพาร์ต “เพราะ Final Fantasy VII Remake จะเป็นเกมกลายเป็นมหากาพย์ในอนาคต” โดยในพาร์ตแรกนี้ จะใช้เวลาในการเล่นจบเฉลี่ยอยู่ที่ 30 – 40 ชั่วโมง ซึ่งเวลานี้เท่ากับการเล่นตัวเกมภาคต้นฉบับจบเกมซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่เวอร์ชันนี้ทำการเพิ่มเรื่องราวและเรียบเรียงเนื้อเรื่องต่าง ๆ เข้าไปเป็นจำนวนมากนั่นเอง

ในส่วนของเนื้อเรื่องผู้เขียนก็ไม่รู้จะตำหนิอะไรเพราะมันเป็นประสบการณ์การดื่มด่ำเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมมาก ถ้าจะให้ติ ก็ดูจะมีแค่เรื่องเดียวจริง ๆ คือเนื้อเรื่องเป็นเส้นตรง ไม่มีทางเลือกในการตัดสินใจหรือการเปลี่ยนเนื้อเรื่องใด ๆ ผู้เล่นไม่สามารถเถลไถลได้มากนัก (จะมีปล่อยให้เราเดินอิสระได้เป็นช่วง ๆ)

แอ็กชันเน้น ๆ และเอกลักษณ์เดิมในรูปโฉมใหม่ (Gameplay)

final fantasy vii remake ff7

เห็นได้ชัดเลยว่าการต่อสู้ของ Final Fantasy VII Remake ได้แบ่งสัดส่วนให้กับของการเล่นแบบแอ็กชันมากขึ้น (ราว ๆ 60% ส่วน RPG อยู่ที่ 40%) แต่กระนั้นก็ยังความเป็นเอกลักษณ์เดิมไว้ โดยในการบังคับพื้นฐาน ผู้เล่นจะสามารถโจมตี เคลื่อนที่ ป้องกันและหลบหลีกได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งแต่ละตัวละครจะมีความสามารถที่เหมาะสมกับศัตรูและสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน เช่น คลาวด์ จะเก่งกับศัตรูที่มาเป็นจำนวนมาก ในขณะที่แบเร็ตจะโจมตีจากระยะไกล หรือศัตรูที่ไม่ได้อยู่บนพื้นได้ดีกว่าใครเพื่อน เป็นต้น  แล้วทำให้ระบบเกจออกคำสั่งในตำนานอย่าง ATB (Active Time Battle) เป็นการใช้ความสามารถพิเศษ การใช้ไอเทมและการใช้เวทย์แทน ซึ่งเกจจะเต็มเร็วขึ้นหากผู้เล่นโจมตี ป้องกัน หรือแม้แต่การถูกโจมตีจากศัตรู

final fantasy vii remake ff7

และในเวอร์ชันนี้ ตัวเกมก็ได้นำเสนอระบบใหม่ที่จะทำให้การต่อสู้ดุเดือดและท้าทายมากขึ้นในชื่อ “Stagger” เกจค่าพลังใต้หลอดเลือดของศัตรูทุกตัวที่หากเราใช้การโจมตีที่มันแพ้ทางหรือด้วยท่าพิเศษจนเกจเต็ม ศัตรูตัวนั้น ๆ ก็จะติดสถานะ Staggered (เสียสูญ) ส่งผลให้การโจมตีทุกเม็ดทุกดอกของเราที่ใส่มันจะมีพลังโจมตีที่แรงขึ้นระยะเวลาหนึ่ง แต่ทั้งนี้ใช่ว่าศัตรูทุกตัวจะยอมเสียท่าให้กับเราง่าย ๆ เพราะหากการโจมตีนั้น ๆ พวกมันไม่ได้แพ้ทาง เกจดังกล่าวก็จะเต็มอย่างเชื่องช้า บวกเข้ากับ A.I ศัตรูของเกมที่ชาญฉลาดในระดับหนึ่ง (และจริง ๆ พวกมันฉลาดกว่า A.I. เพื่อนเราด้วยซ้ำ…) ส่งผลให้ผู้เล่นต้องรู้จักการพลิกแพลงการโจมตีที่เหมาะสมกับศัตรูแต่ละตัวเพื่อสร้างความได้เปรียบในตอนสู้ให้ได้มากที่สุด

final fantasy vii remake ff7

แน่นอนว่าเมื่อเป็นเกมแนวแอ็กชัน-RPG สิ่งที่จะต้องมีก็คงจะหนีไม่พ้นระบบพัฒนาตัวละคร และเห็นได้ชัดเจนว่าตัวเกมเลือกที่จะให้ผู้เล่นจดจ่อกับการเล่นแบบแอ็กชันมากกว่าพุ่งเป้าเข้ากองหญ้าฟาร์มเลเวล โดยเวอร์ชันนี้ทุกอาวุธของแต่ละตัวละครจะติดตัวแบบถาวรไม่สามารถนำไปขายได้ และก็จะไม่มีอาวุธชิ้นไหนที่ให้ค่าสเตตัสเยอะไปกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่าจะเลือกอัปเกรดให้อาวุธแต่ละชิ้นเด่นชัดไปในทิศทางไหน โดยที่แต่ละชิ้นจะแยกแต้มอัปเกรดเป็นของตัวเอง ทำให้เราสามารถสับเปลี่ยนอาวุธตามความเหมาะสมได้ทั้งเกม

final fantasy vii remake ff7

และในเวอร์ชันนี้ก็ยังคงมีระบบ Materia (มาทีเรีย) ที่ความสำคัญกับการเล่นไม่แพ้ทักษะแอ็กชันเลยละครับ โดยมาทีเรียคือไอเทมที่จะต้องทำการติดตั้งผ่านอาวุธหรือเครื่องป้องกันเพื่อให้สามารถใช้งานสกิลหรือความสามาถต่าง ๆ ที่เมื่อรวมเข้ากับการอัปเกรดอาวุธ เราจะสามารถปรับแต่งตัวละครทุกตัวให้มีความเด่นชัดด้านใดด้านหนึ่งได้ 

ต้องบอกเลยว่าระบบการเล่นในภาคนี้ มีความยืดหยุ่นสูง หนำซ้ำยังมีความลื่นไหลให้ความรู้สึกไม่ขาดช่วงของจังหวะการเล่นมากนักที่เป็นผลพวงมาจากการที่ตัวเกมนำเสนอความเป็นแอ็กชันมากขึ้นนั่นแหล่ะ

งานภาพสวยงามข้ามยุคข้ามสมัย (Visual & Performance)

ถ้าจะให้ผู้เขียนจัดอันดับสิ่งที่เยี่ยมยอดของตัวเกมเวอร์ชันนี้ บอกเลยครับว่างานภาพและกราฟิกคืออันดับต้น ๆ เพราะมันช่างสวยงามสมจริงยิ่งใหญ่อลังการมาก ๆ ผู้เล่นจะได้เห็นเขตสลัมต่าง ๆ ในวันวานจากตัวเกมต้นฉบับถูกขยายสเกลให้ของแต่ละพื้นที่ให้กว้างขวางขึ้นเยอะมาก ๆ และรายละเอียดของฉากนั้นจัดหนักจัดเต็มโดยเฉพาะ “แสงเงา” ที่ขับส่งให้ภาพรวมทั้งหมดเสมือนจริง ทั้งการไล่ระดับแสง, คอนทราสต์ ไปจนถึงลำแสงพาดผ่านวัตถุ (God Ray)

final fantasy vii remake ff7

อีกเรื่องคือโมเดลตัวละครภายในเกมที่ถูกปั้นออกมาด้วยความปราณีต ในจังหวะที่มุมกล้องซูมเข้าหาหน้าตาตัวละครผู้เล่น เราจะได้เห็นทั้งรูขุมขน เงาตกกระทบของอวัยวะบนหน้า ประกายในดวงตา หรือแม้ทรงผมที่พริ้วไหว และเมื่อผู้ถึงกราฟิก อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงและพ่วงมาโดยปริยายคือประสิทธิภาพ (Performance) ที่บอกเลยว่าเกมนี้รีดเค้นฮาร์ดแวร์และศักยภาพของ PlayStation 4 ออกมาจนหยดสุดท้าย โดยในระหว่างการเล่นผู้เล่นจะไม่เจอปัญหาอาการเฟรมเรตตกในจำนวนเลยแม้แต่ครั้งเดียว (จะมีก็แค่ 1 – 4 เฟรมบ้างในบางครั้ง) ไม่เพียงเท่านั้น ความลื่นไหลของการส่งต่อจังหวะการเล่นเข้าสู่คัตซีนก็ลื่นไหลไร้รอยต่อที่ไม่ใช่การ Pre-Render! (จริง ๆ ก็มีอยู่เหมือนกันแต่จะถูกใช้ในฉากเนื้อเรื่องสำคัญ ๆ)


นี่คือเกมที่จะส่งไม้ต่อจากภาคต้นฉบับกลายเป็นผลงานอมตะที่จะ “ค้างฟ้าไปตลอดกาล”

final fantasy vii remake ff7

นี่คือเกมที่จะทำให้เกมเมอร์ในวันวานกลับมาคิดถึงอดีตที่เคยรู้สึกตื่นตากับเกมภาคต้นฉบับอีกครั้ง ด้วยการร้อยเรียงเรื่องราวใหม่ทั้งหมดให้เราอิ่มเอมดื่มด่ำไปกับการผจญภัยมากกว่าเดิม ระบบการต่อสู้ที่ร่วมสมัยและในขณะเดียวกันก็ผสมผสานเอกลักษณ์เดิมไว้อย่างลงตัว และงานภาพที่สวยงามตระกาลตาราวกับข้ามมาจากอนาคต “ทั้งหมดทั้งมวลคือประสบการณ์อันแสนวิเศษที่ผู้เล่นจะได้จาก Final Fantasy VII Remake ครับ”

แสดงความคิดเห็น

Read More